โรคซึมเศร้า
ความรู้เรื่องโรคต่างๆ

โรคเครียด คือ

โรคเครียด คือ อะไรมีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน สำหรับโรคเครียด (Acute Stress Disorder) จะสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศและทุกวัยแต่ความรุนแรงมากน้อยก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบในช่วงเวลานั้น ๆ ขึ้นกับเรื่องที่ผ่านมา ซึ่งโดยปกติแล้วสาเหตุก็จะเกิดมาจากผู้ที่เป็นโรคนี้เผชิญกับปัญหาและแรงกดดันรวมถึงเหตุการณ์ที่ไม่ปกติรุนแรงเกิดขึ้นในชีวิตทำให้ส่งผลกระทบต่อร่างกายรวมถึงจิตใจ ซึ่งตามปกติแล้วความเครียดสามารถที่จะลดลงและหายได้ภายในระยะเวลาไม่นาน เมื่อปัญหาต่างๆได้รับการแก้ไข แต่หากผู้ที่มีความเครียดสะสมอยู่เป็นระยะเวลานานก็จะก่อให้เกิดโรคเครียดตามมาได้

ซึ่งต้องเข้าใจระหว่างโรคเครียดกับความเครียดและโรคซึมเศร้า เพราะโรคที่กล่าวมาดูเหมือนจะมีความคล้ายคลึงกันจนหลายคนคิดว่ามันก็คือโรคเดียวกัน แต่อันที่จริง 3  ชนิดนี้มีความแตกต่างกันบ้างไม่เหมือนกันหมดซะทีเดียว

ความเครียด

ความเครียด

สำหรับความเครียดเป็นสภาวะที่ทุกคนสามารถเป็นกันได้ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ผู้ใหญ่หรือเด็ก เป็นสภาวะที่เผชิญกับแรงกดดันหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ร้ายแรงส่งผลกระทบต่อจิตใจและก็ยังส่งผลกระทบไปถึงร่างกายด้วย ซึ่งสภาวะนี้ทางการแพทย์จะพบว่าเป็นการหดตัวของกล้ามเนื้อในบริเวณส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนของทางร่างกาย ในทุกครั้งที่เกิดสภาวะความเครียดหรือสภาวะอารมณ์ไม่ปกติก็จะพบว่ามีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อหดตัวเกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งจะสามารถสังเกตได้ เช่น

  • หัวใจมีการทำงานและเต้นเร็วแรงขึ้น
  • มีการหายใจถี่และเร็ว แต่จะเป็นการหายใจสั้น ๆ ตื้น ๆ
  • ร่างกายจะมีการขับสารอรินนารีนรวมถึงฮอร์โมนต่างๆเข้าสู่กระแสเลือด
  • ตาจะมีการรับแสงมากขึ้นจากการขยายของม่านตา
  • สภาวะกล้ามเนื้อมีการหดตัวหรือเกร็ง
  • มีอาการเหงื่อออกมากผิดปกติและนอกจากนั้นอุณหภูมิในร่างกายก็เพิ่มสูงขึ้น

ซึ่งตามปกติหากสถานการณ์ที่เลวร้ายหรือกดดันสงบลง โดยทั่วไปร่างกายก็จะมีการปรับตัวให้กลับมาเป็นปกติ เช่นกัน ดังนั้นสภาวะความเครียดจึงเป็นเรื่องปกติที่เราสามารถพบเจอและเป็นกันได้ เช่น ในสภาวะ การออกไปพูดหน้าห้องประชุมที่มีผู้ชมจำนวนมาก , อยู่ในเหตุการเกิดอุบัติเหตุรถชน , การถูกสุนัขไล่กัด ซึ่งในกรณีความเครียดเหล่านี้ทางการแพทย์จะไม่ถือว่าเป็นผู้ป่วยหรือเป็นโรค

โรคเครียด

โรคเครียด

สำหรับโรคเครียดแม้ว่าฟังดูจะมีความเหมือนไม่ได้แตกต่างจากความเครียดปกติ แต่ในความเป็นจริงแล้วความเครียดเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคเครียดตามมานั่นเอง หมายความว่าในสภาวะตามปกติทั่วไปเมื่อผ่านเหตุการณ์หรือเหตุการณ์กดดันร่างกายก็จะมีการปรับตัวให้เข้าสู่สภาวะปกติ เช่น กรณีออกไปพูดต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก หลังจากที่พูดเสร็จเดินกลับเข้ามานั่งที่ความเครียดก็จะค่อยๆลดลงและกลับเข้ามาเป็นปกติได้ในระยะเวลาไม่นาน  …

แต่สภาวะของโรคเครียดจะเกิดจากความเครียดที่สะสมต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ๆ ตามปกติมนุษย์แต่ละคนจะมีความสามารถในการรับมือกับความเครียดที่แตกต่างกันออกไปบางคนเจอเหตุการณ์รูปแบบเดียวกันแต่ก็สามารถควบคุมตัวเองไม่ให้เกิดความเครียดสะสมได้ แต่อีกคนกลับไม่สามารถควบคุมตัวเองได้จนเกิดการสะสมของความเครียดและต่อมาก็เป็นโรคเครียด

สรุป คือ โรคเครียดเกิดจากการสะสมความเครียดต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ๆ เมื่ออยู่ในขั้นนี้ทางการแพทย์จะถือว่าเป็นผู้ป่วยเป็นโรคเครียดต้องมีการปรึกษาและพบแพทย์ การสังเกตอาการผู้ที่มีอาการของโรคเครียดก็จะมีดังนี้

  • ผู้ป่วยจะมีอาการฝันร้ายซ้ำ ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ร้าย ๆ ที่ผ่านมาในรายที่มีอาการหนักมากก็อาจจะนึกถึงเหตุการณ์ร้าย ๆ หรือเห็นเป็นภาพหลอนได้
  • สภาวะอารมณ์ไม่ปกติหงุดหงิดง่ายไม่มีความสุข อารมณ์ขุ่นมัวอยู่ตลอดเวลาและมักจะแสดงทัศนคติในเชิงลบอยู่สม่ำเสมอ
  • มักมีพฤติกรรมที่แยกตัวออกจากสังคมโดยสิ้นเชิง บางกรณีผู้ป่วยจะไม่มีสติและไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนกำลังทำอะไรอยู่มักจะชอบอยู่คนเดียว
  • หลีกเลี่ยงสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตประจำวัน หรือ การทำงานผู้คนสถานที่สิ่งของต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และร้ายที่ผ่านมา
  • มีจุดที่ไวต่อสิ่งเร้า โดยจากการสังเกตจะพบว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคเครียดมักจะนอนหลับยากกว่าคนปกติมีสภาวะอารมณ์โมโหและก้าวร้าวรวมสมาธิที่สั้นลงไม่ค่อยจดจำต่อสิ่งใด
  • มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย เช่น การหดตัวของกล้ามเนื้อค วามดันโลหิต ปวดศีรษะไมเกรน เจ็บหน้าอก อารมณ์ทางเพศลดลง การนอนไม่หลับ
  • มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และความรู้สึก เช่น การคิดฟุ้งซ่านและวิตกกังวล ร่างกายตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่มีสมาธิและอารมณ์แปรปรวนง่าย

สาเหตุโรคเครียด

สำหรับสาเหตุสำคัญของโรคเครียดนั้นอย่างที่กล่าวมาแล้วว่า ความเครียดก็จะเป็นต้นตอของปัญหาซึ่งหากไม่สามารถควบคุมให้ร่างกายกลับมาสู่สภาวะปกติได้จนเกิดการสะสมของความเครียดก็จะทำให้เกิดโรคเครียดตามมานั่นเอง สำหรับสาเหตุของความเครียดก็จะมีอยู่มากมายโดยทั่วไปมักจะมีลักษณะ เช่นนี้

  • ได้เคยผ่านเหตุการณ์ที่เลวร้ายอันตรายหรือเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนต่อจิตใจอย่างมากในอดีต
  • มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตมาก่อน
  • มีประวัติการเป็นโรคดิสโซสิเอทีฟ (อังกฤษ: Dissociative Disorders) เป็นสภาวะที่ความจำสติสัมปชัญญะ ถูกรบกวนซึ่งเรียกกันว่าบุคคลสองบุคลิก

การรักษาโรคเครียด

  • การปรึกษาแพทย์
  • เข้ากระบวนการบำบัดเกี่ยวกับความคิดและพฤติกรรม
  • ใช้ยาในการรักษา

โรคซึมเศร้า

กลับมาพูดถึงอีกหนึ่งโลกที่เหมือนจะมีความคล้ายคลึงกันกับโรคเครียด สำหรับโรคซึมเศร้าถือว่าเป็นโรคทางจิตเวช แล้วโรคจิตเวชคืออะไร ? สำหรับโรคจิตเวชคือกลุ่มที่ใช้เรียกอาการทางจิตหรือหมายถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้บุคคลนั้นเกิดความทุกข์ทรมานไม่มีความสุขรวมถึงมีความบกพร่องที่จะใช้ชีวิตทำกิจวัตรต่างๆให้เหมือนกับคนปกตินั่นเอง โดยทั่วไปจะมีการแบ่งโรคจิตเวชได้ดังนี้

  • Schizophrenia  (โรคจิตเภท) โรคจิตเวชชนิดรุนแรง
  • Depression (โรคซึมเศร้า )
  • Bipolar Disorder (โรคอารมณ์ 2 ขั้ว )
  • Generalized Anxiety Disorder (โรคกังวลไปทั่ว )
  • Autistic Disorder (โรคออทิสซึ่ม)
  • Substance-related Disorder (ความผิดปกติที่เกิดจากการใช้สารเสพติด )
  • Dementia,Alzheimer’s Type (โรคสมองเสื่อม)

อาการของโรคซึมเศร้า

  • ชอบเก็บตัวและพยายามตีตัวออกจากสังคม
  • รู้สึกหมดหวังรู้สึกเศร้าและท้อแท้ต่อชีวิต
  • มีความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า
  • รู้สึกว่าตัวเองเป็นสาเหตุต่างๆของความผิดและมากที่จะโทษตัวเองอยู่ตลอดเวลา
  • ไม่ให้ความสนใจเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ
  • มีสภาวะการเคลื่อนไหวทางร่างกายช้าลงหรือกระสับกระส่าย
  • ร่างกายมีอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยง่ายอยู่ตลอดเวลา
  • มีสมาธิที่สั้นไร้ความสามารถในการคิดและการตัดสินใจ
ขอบคุณภาพ ร.พ รามาธิบดี

วิธีคลายเครียด

หากรู้อย่างนี้แล้ววิธีคลายเครียดด้วยการควบคุมจิตใจของตัวเองเมื่อเจอสภาวะกับความเครียดหรือความกดดันก็จะช่วยทำให้ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเครียดได้ นอกจากนั้นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอการเดินทางออกไปท่องเที่ยวเพื่อเจอสถานที่ใหม่ ๆ รวมถึงการหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดอาการเครียดทาน เช่น นมผึ้ง ก็จะช่วยทำให้ท่านห่างไกลจากความเสี่ยงของโรคเครียดและซึมเศร้า